รู้ทัน อาการครรภ์เป็นพิษ อันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์

สิ่งหนึ่งที่แม่ท้อง ต้องระมัดระวัง และคอยสังเกตตัวเองให้ดีขณะตั้งครรภ์เลยก็คือ อาการครรภ์เป็นพิษ ซึ่งถืออันตรายที่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ เพ 

 109 views

สิ่งหนึ่งที่แม่ท้อง ต้องระมัดระวัง และคอยสังเกตตัวเองให้ดีขณะตั้งครรภ์เลยก็คือ อาการครรภ์เป็นพิษ ซึ่งถืออันตรายที่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ เพราะถ้าหากแม่ท้องมีอาการครรภ์เป็นพิษแล้วอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่รุนแรงตามมา และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของทั้งแม่และทารกในครรภ์ได้เลยนะ วันนี้ เราขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอาการครรภ์เป็นพิษ พร้อมทั้งวิธีสังเกตตนเองว่าเข้าข่ายหรือไม่ รับมืออย่างไรจะได้รักษาทัน ตามไปอ่านกันเลย

ครรภ์เป็นพิษ

มารู้จัก อาการครรภ์เป็นพิษกัน!

อาการครรภ์เป็นพิษ หรือ Preeclampsia เป็นชื่อเรียกของภาวะแทรกซ้อนที่มักจะพบบ่อยในหญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไป สาเหตุของครรภ์เป็นพิษ ยังไม่เป็นที่ทราบอย่างแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานอยู่บางประการ ดังนี้  

  • เกิดจากปัจจัยบางอย่างที่ไปขัดขวาง ไม่ให้เลือดไปเลี้ยงมดลูกและรก ทำให้รกทำงานได้ไม่ดีจึงเกิดครรภ์เป็นพิษขึ้นมา 
  • เกิดจากการทำงานของรกที่มีความผิดปกติ ทำให้มีสารบางชนิดไปกระตุ้นให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • มีโปรตีนในปัสสาวะ ซึ่งสามารถทราบได้โดยการตรวจคัดกรอง
  • ปัจจัยอื่น ๆ ทางด้านร่างกายของแม่ท้องเช่นการมีโรคประจำตัว

ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นขณะแม่ท้องมีภาวะครรภ์เป็นพิษ เช่น

  • แม่ท้องอาจมีอาการชัก 
  • ทารกในครรภ์พัฒนาช้า หรือไม่พัฒนาเลย
  • ทารกเสียชีวิตในครรภ์ 
  • น้ำท่วมปอด 
  • คลอดก่อนกำหนด
  • ตับและไตทำงานผิดปกติ 
  • มีเลือดออกในสมอง หรือมีเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ 


ระดับความรุนแรงของภาวะครรภ์เป็นพิษ

ระดับความรุนแรงของภาวะครรภ์เป็นพิษมีด้วยกัน 3 ระดับ ได้แก่

  1. ระดับที่ไม่รุนแรง หรือ Non – Severe Pre – Eclampsia คือคุณแม่อาจมีความดันสูง 140/90 เป็นต้นไป แต่ไม่เกิน 160/110 มิลลิเมตรปรอท และไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อนอื่นใด
  2. ระดับรุนแรง หรือ Severe Pre – Eclampsia เป็นระดับที่ แม่ท้องมีความดันสูง 160/110 มิลลิเมตรปรอท เป็นต้นไป และเริ่มตรวจพบความผิดปกติของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ หรือ ไต อักเสบ เป็นต้น 
  3. ระดับรุนแรงและมีภาวะชักร่วมด้วย หรือ Eclampsia ในระดับนี้คุณแม่จะมีอาการชัก เกร็ง หรือหมดสติ ในบางรายอาจมี เลือดออกในสมอง 

ครรภ์เป็นพิษในแม่ท้อง ไม่ว่าจะอยู่ในระดับใดก็ควรมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะถือว่าเป็นภาวะที่อันตรายต่อทั้งแม่และเด็ก การตรวจหาภาวะครรภ์เป็นพิษนั้นก็สามารถทำได้โดย การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรืออัลตราซาวนด์ 
บทความที่เกี่ยวข้อง : ภาวะขาดน้ำในทารก อาการ และความเสี่ยงที่ต้องระวัง

ใครบ้างที่เสี่ยงครรภ์เป็นพิษ ?

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ตัวอย่างเช่น โรคไทรอยด์ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคภูมิแพ้ตัวเอง และผู้ที่มีโรคอ้วน จะทำให้เสี่ยงหัวใจตีบได้ง่าย 
  • คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ แต่อายุมากกว่า 35 ปี 
  • ผู้ที่มีกรรมพันธุ์หรือคนในครอบครัวมีประวัติเคยมีครรภ์เป็นพิษ 
  • ผู้ที่มีลูกมากกว่า 1 คน หรือผู้ที่ตั้งครรภ์ลูกแฝด 
  • ผู้ที่มีบุตรยาก 

7 สัญญาณเตือนครรภ์เป็นพิษ

  • มีการบวมตามร่างกาย โดยเฉพาะส่วนมือและเท้า 
  • ความดันโลหิตสูง ถึง 140/90 มิลลิเมตรปรอท
  • ตาพร่ามัว เห็นแสงวูบวาบ 
  • ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะได้
  • ปวดหัว ปวดหรือรู้สึกจุกเสียด ใต้ลิ้นปี่หรือชายโครงขวา
  • ลูกในครรภ์ตัวเล็กกว่าปกติ และดิ้นน้อย 
  • แม่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ ทำให้มีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น 

รู้ก่อน! ป้องกันและรักษาได้

แม่ท้องที่คิดว่าตนเข้าข่ายเสี่ยงครรภ์เป็นพิษ ควรเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจคัดกรองโรค โดยแพทย์จะใช้การตรวจปัสสาวะ เจาะเลือด หรืออัลตราซาวนด์เพื่อดูการเจริญเติบโต ของทารกในครรภ์ และแพทย์ก็จะทำการประเมินเพื่อหาแนวทางรักษาต่อไป โดยมักจะคำนึงถึงอายุครรภ์ร่วมด้วย เนื่องจากหากจะต้องการให้ทารก ออกมามีสุขภาพแข็งแรง ไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่จะเป็นอันตรายต่อตัวทารก ทารกจำเป็นต้องอยู่ในครรภ์มารดาให้ได้นานที่สุด เพื่อให้ทารกได้มีพัฒนาการให้ได้มากที่สุด
บทความที่เกี่ยวข้อง : 10 วิธีการเตรียมตัวก่อนคลอด มีอะไรบ้างที่คุณแม่ควรเตรียมให้พร้อม


อาการครรภ์เป็นพิษ

เพราะฉะนั้นหากอายุครรภ์น้อย แพทย์อาจเลือกที่จะให้ยากระตุ้นปอด และพยายามประคับประคองให้ทารกอยู่ในท้องแม่ให้ได้นานที่สุด หรือสำหรับผู้ที่มีอายุครรภ์มากเพียงพอที่จะสามารถทำการคลอดได้แล้ว แพทย์ก็อาจพิจารณาให้ทำการคลอดโดยทันที เพื่อนำทารกไปดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป ในแม่ท้องบางรายคุณหมออาจพิจารณาให้ยาแอสไพริน เพื่อช่วยละลายลิ่มเลือด หรือมีการให้แมกนีเซียมเพื่อป้องกันอาการชัก

การป้องกันภาวะครรภ์เป็นพิษนั้นยังไม่มีอย่างแน่ชัด แต่ในส่วนของการป้องกันเบื้องต้น คุณแม่ต้องหมั่นสังเกตร่างกายของตนเอง ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หากสงสัยอย่ารีรอ ให้รีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษา และหากคุณแม่คนไหนเป็นครรภ์เป็นพิษแล้ว หากอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงมาก ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ คอยไปเช็กสุขภาพครรภ์ให้สม่ำเสมอ หากมีอะไรจะได้รักษาได้ทัน



หวังว่าความรู้เกี่ยวกับ ครรภ์เป็นพิษ จะเป็นประโยชน์กับแม่ท้องไม่มากก็น้อย เข้าใจดีว่าภาวะครรภ์เป็นพิษ อาจจะดูน่ากลัวสำหรับแม่ ๆ แต่อย่าได้กังวลไปนะคะ คอยรักษาตนเองให้มีสุขภาพที่ดี ดื่มน้ำ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และพักผ่อนให้เพียงพอ และเข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันและรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษได้ ปลอดภัยทั้งแม่และลูกน้อยอย่างแน่นอนค่ะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : 

กำเดาไหลตอนท้อง อันตรายไหม แม่ท้องเลือดกำเดาไหลทำไงดี?

คนท้องฟังเพลง แล้วส่งผลดีต่อลูกในท้องอย่างไร? เพลงสำหรับคนท้อง

ท้องแฝด ภาวะครรภ์เสี่ยงสูง ความเสี่ยงที่อันตรายกว่าที่คิด

ที่มา : 1 , 2 , 3