ประจำเดือนขาดกี่วันท้อง ประจำเดือนไม่มาแปลว่าท้องใช่ไหม ควรทำอย่างไร ?

หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยปราศจากการป้องกันด้วยถุงยางอนามัย หลายคนอาจจะมีคำถามตามมาว่า แล้วมีโอกาสท้องได้ไหม หากมีอาการประจำเดือนขาด ต่ 

 1142 views

หลังจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยปราศจากการป้องกันด้วยถุงยางอนามัย หลายคนอาจจะมีคำถามตามมาว่า แล้วมีโอกาสท้องได้ไหม หากมีอาการประจำเดือนขาด ต่อมาก็คือคำถามว่า ประจำเดือนขาดกี่วันท้อง ซึ่งเรื่องนี้มักเป็นคำถามต้น ๆ ที่อาจเป็นสัญญาณแรกสุดของการตั้งครรภ์ แต่ก็อาจจะสงสัยต่อไปอีกว่า แล้วประจำเดือนไม่มากี่วัน ถึงจะรู้ว่าท้องล่ะ ?

วันนี้ Mamastory จะพาไปดูคำตอบว่า ประจำเดือนไม่มากี่วันท้อง และควรทำอย่างไรหากประจำเดือนไม่มา เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด ที่ทำให้ประจำเดือนไม่มา หากพร้อมแล้ว ไปหาคำตอบที่ด้านล่างพร้อมกันเลยค่ะ !

ประจำเดือนขาดกี่วันท้อง



ประจำเดือนขาดกี่วันท้อง ?

โดยปกติแล้ว ในแต่ละเดือนผู้หญิงจะมีการตกไข่ หรือกระบวนการปล่อยไข่รอการปฏิสนธิ เพื่อเตรียมพร้อมรับการฝังตัวตั้งครรภ์ หากไม่เกิดขึ้น เยื่อบุมดลูกก็จะหลุดออก และกลายเป็นประจำเดือน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นทุก ๆ 28 วัน แต่บางคนอาจมีประจำเดือน เร็วหรือช้ากว่านั้นได้

ซึ่งการมีประจำเดือน จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนอาจจะมีรอบเดือนมาตรงเวลา สม่ำเสมอ หรือไม่เกิน 2-3 วัน แต่ในขณะที่บางคน มีอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ หายไปเป็น 12 เดือนเลยก็มี ดังนั้น ระยะเวลาในการรู้ตัวว่า ประจำเดือนขาดแล้วท้องแน่นอน ของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม เพื่อความมั่นใจในการไม่ตั้งครรภ์ หากประจำเดือนที่ไม่มานาน หลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ก็อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ได้ หากสังเกตว่าประจำเดือนขาด ควรตรวจครรภ์ด้วยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ หรือเข้าพบคุณหมอเพื่อรับการตรวจครรภ์ หรือหาสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้ประจำเดือนไม่มา

บทความที่เกี่ยวข้อง : ครรภ์เสี่ยง ภาวะที่แม่ท้องควรรู้ ที่อาจส่งผลต่อแม่และทารกในครรภ์

สาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนไม่มา

  • การใช้ยาคุมกำเนิด : เช่น ยาคุมแบบฉีด แบบฝัง แผ่นแปะบนผิว หรือแบบเม็ด อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการตกไข่ ทำให้ไข่ไม่ตก และส่งผลให้ประจำเดือนไม่มาได้
  • ความเครียดสูง : เพราะความเครียดส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมไฮโปทาลามัส ที่อยู่บริเวณสมองส่วนหน้า ที่มีหน้าที่ควบคุมการตกไข่ จึงอาจส่งผลให้ประจำเดือนไม่มา
  • น้ำหนักตัว : การมีน้ำหนักน้อย หรือน้ำหนักมากเกินไป อาจทำให้ระดับฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการตกไข่ เกิดความไม่สมดุลและอาจทำให้ประจำเดือนไม่มาได้
  • การออกกำลังกาย : การออกกำลังกายมากเกินไป ก็อาจสร้างความเครียดให้กับร่างกาย และส่งผลให้ประจำเดือนไม่มาได้เช่นกัน
  • วัยหมดประจำเดือน : พบได้มากในผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป เกิดจากระดับของฮอร์โมนลดลง ส่งผลให้ไม่มีการตกไข่ จึงทำให้ประจำเดือนไม่มาหรืออาจหยุดโดยสมบูรณ์

นอกจากนี้ การรักษาด้วยการกินยา อาทิ โรคทางจิตเวช ยาลดความดัน เคมีบำบัด ยากล่อมประสาท หรือภาวะถุงน้ำในรังไข่เยอะ ก็ส่งผลกระทบต่อกระบวนการตกไข่ ที่ทำให้ฮอร์โมนเสียสมดุล ที่ส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ตรง หรือมาช้าได้เช่นกันค่ะ

ประจำเดือนขาดกี่วันท้อง



ประจำเดือนขาดกี่วันท้อง ไม่มา 1 เดือน ท้องหรือไม่ ?

โดยปกติแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องรอให้ครบ 1 เดือนค่ะ คุณผู้หญิงบางคน หากรู้สึกว่าตัวเองมีการตั้งครรภ์ ก็สามารถรู้ตัวได้ตั้งแต่ 2-3 วันแรกที่ประจำเดือนควรจะมาได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม บางคนก็อาจจะมีปัญหาเรื่องประจำเดือน การรอสังเกตประจำเดือนขาด อาจจะใช้ไม่ได้เสมอไป ควรที่จะสังเกตอาการคนท้องอื่นร่วมด้วย เช่น มีอาการแพ้ท้องหรือไม่ เพื่อสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า อาจจะกำลังตั้งครรภ์ อีกทั้งยังสามารถที่จะซื้อ ชุดตรวจครรภ์มาใช้งาน เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ได้เช่นกันค่ะ

ประจำเดือนมา 2 ครั้งใน 1 เดือน ท้องมั้ย ?

การที่ประจำเดือนมากะปริดกะปรอย หรือประจำเดือนมา 2 ครั้งใน 1 เดือน สามารถเป็นไปได้ทั้ง 2 กรณี คือ ตั้งท้อง และไม่ตั้งท้องค่ะ

1. กรณีที่ตั้งท้อง

การที่มีเลือดออกกะปริดกะปรอย อาจเกิดจากเกิดการปฏิสนธิของไข่แล้ว แต่เป็นช่วงที่คาบเกี่ยวกับช่วงที่ใกล้จะมีประจำเดือน ทำให้อาจมีเลือดไหลออกมาได้ แต่อาการนี้อาจไม่ได้เกิดกับทุกคน เป็นอาการที่สามารถพบได้น้อยมาก หรือที่เรียกว่า เลือดล้างหน้าเด็ก ที่เกิดจากการฝังตัวอ่อนลงในโพรงมดลูก หรือในบางราย อาจจะมีการตั้งท้องจริง ๆ แต่ได้แท้งไปก่อนหน้า ทำให้อาจดูเหมือนว่ามีประจำเดือน 2 ครั้งใน 1 เดือน

2. กรณีที่ไม่ตั้งท้อง

สามารถมีได้หลายสาเหตุ ทั้งจากปัญหาสุขภาพ, ฮอร์โมนผิดปกติ, ความเครียด ล้วนแล้วเป็นสาเหตุได้หมดเลยค่ะ ในบางรายอาจจะพบว่ามีอาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาจทำให้มีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอด หรือบางรายอาจจะมีความผันผวนของฮอร์โมน การเครียดมากเกินไป ก็สามารถทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของปัญหามดลูก และระยะก่อนหมดประจำเดือนด้วยค่ะ ที่อาจทำให้ร่างกายเปลี่ยนไป โดยจะมีผลต่อสภาพอารมณ์ หรืออาจส่งผลให้มีเลือดออกจากช่องคลอด หลังจากที่มีประจำเดือนได้ และอาจทำให้มีประจำเดือน 2 ครั้งใน 1 เดือนได้เช่นกัน

ประจําเดือนขาดกี่วันท้อง



ประจำเดือนไม่มาควรทำอย่างไร ?

หากประจำเดือนไม่มา หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน และสงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์ ควรทำการตรวจครรภ์หลังจากที่ประจำเดือนมาไม่ปกติอย่างน้อย 14 วัน ซึ่งควรตรวจด้วยปัสสาวะแรกของวัน เพราะมีความเข้มข้นของฮอร์โมนการตั้งครรภ์สูง (HCG) และไม่ควรดื่มน้ำก่อนตรวจ เพื่อป้องกันปัสสาวะเจือจาง ที่อาจทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา หรือร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ สามารถซื้อตรวจด้วยตนเองได้ แต่ถ้าหากต้องการความมั่นใจ ก็สามารถไปตรวจที่โรงพยาบาลได้เช่นกันค่ะ

วิธีดูแลตัวเอง เมื่อประจำเดือนขาด

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ตรง หรือไม่ครบตามที่กำหนด ไม่ใช่การประจำเดือนขาด เนื่องจากการตั้งครรภ์ หรือประจำเดือนล่าช้าด้วยเหตุผลอื่น ควรปรับพฤติกรรมการดูแลตัวเอง ดังต่อไปนี้

  • ปล่อยวางและคลายเครียด ด้วยการทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น ฟังเพลง ดูหนัง อ่านหนังสือ หรือ ไปเที่ยว
  • หยุดทานยาคุมกำเนิด หลังจากแผงเดิมหมด ให้รอประจำเดือนมาตามปกติก่อน แล้วค่อยคุมกำเนิดอีกครั้ง
  • ถอดหรือเลิกใช้อุปกรณ์คุมกำเนิด เพราะการคุมกำเนิดระยะยาว อาจทำให้ประจำเดือนน้อยลง จนหายไปได้
  • คุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และลดอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง
  • ออกกำลังกายให้พอเหมาะ อย่างน้อยควรออกสัปดาห์ละ 150 นาที ต่อสัปดาห์ เพื่อไม่ให้ร่างกายเครียดเกินไป
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพ เพื่อหาสาเหตุที่ประจำเดือนไม่มา หรือมาไม่ปกติ



หากต้องการความชัดเจนว่าตั้งครรภ์หรือไม่ สามารถตรวจได้หลายวิธี ทั้งการตรวจด้วยปัสสาวะด้วยตัวเอง การตรวจเลือด หรือการตรวจอัลตราซาวนด์ก็ได้เช่นกัน หากพบว่ามีการตั้งครรภ์ สามารถเข้าพบแพทย์สูตินารี เพื่อรับคำแนะนำหรือฝากครรภ์ เพื่อความปลอดภัยต่อแม่และเด็กค่ะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

คนท้องสูดฝุ่น PM2.5 อันตรายไหม เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดหรือเปล่า ?

อาการก่อนคลอด แม่ท้องจะรู้ได้ยังไง มีอะไรบอกได้บ้าง ?

น้ำเดิน เป็นอาการแบบไหน หนึ่งในอาการเตือนก่อนคลอด ที่แม่ท้องควรรู้

ที่มา : 1, 2