10 พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ แม่ท้องห้ามทำอะไรบ้าง

ในช่วงเวลาตั้งครรภ์ คุณแม่จำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน และการทำกิจกรรมเป็นพิเศษ เพราะร่างกายในช่วงนี้ เป็นช่วงระยะของการพัฒนาอว 

 324 views

ในช่วงเวลาตั้งครรภ์ คุณแม่จำเป็นต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน และการทำกิจกรรมเป็นพิเศษ เพราะร่างกายในช่วงนี้ เป็นช่วงระยะของการพัฒนาอวัยวะต่าง ๆ ของลูกน้อย หากคุณแม่ทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมขณะตั้งครรภ์ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ได้ วันนี้ Mama Story จะพาคุณแม่ทุกท่านมาดูกันว่า พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์นั้น มีอะไรบ้าง พร้อมแล้ว ไปดูกันค่ะ

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์

1. ดื่มแอลกอฮอล์

คุณแม่ควรงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้ อันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก หากคุณแม่ดื่มเป็นประจำก็อาจส่งผลให้ลูกในครรภ์เติบโตช้า เกิดความผิดปกติทางพัฒนาการ และสมอง อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการแท้งบุตรอีกด้วย

2. สูบบุหรี่

การสูบบุหรี่ในช่วงตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างมาก เพราะอาจส่งผลให้คุณแม่เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น โรคหัวใจ และโรคปอด รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่อลูกในครรภ์ให้มีการเจริญเติบโตที่ช้า มีโอกาสคลอดก่อนกำหนด และมีโอกาสแท้งได้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และการสูดดมควันบุหรี่จากผู้อื่นด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง : โรคความดันโลหิตสูง ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม สาเหตุ อาการ และการป้องกัน

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

3. ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป

หากคุณแม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไปในช่วงตั้งครรภ์ ก็อาจส่งผลให้เกิดการแท้งเหมือนการดื่มแอลกอฮอล์ได้ ดังนั้นคุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการดื่มคาเฟอีน โดยอาจดื่มเพียงเล็กน้อย ไม่เกินวันละ 200 มิลลิกรัม ก็จะช่วยให้ปลอดภัยต่อลูกน้อยในครรภ์ได้ค่ะ

4. ยกของหนัก

การยกของที่หนักมากจนเกินไป อาจเสี่ยงให้คุณแม่เกิดอาการไส้เลื่อนระหว่างตั้งครรภ์ การคลอดก่อนกำหนด และน้ำหนักในช่วงตั้งครรภ์ลดลงได้ หรือหากคุณแม่มีความจำเป็นที่ต้องยกของหนักจริง ๆ ให้ค่อย ๆ ย่อตัวแล้วยกขึ้น อย่ายกนานเกินไป ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้ค่ะ

5. อบไอน้ำ หรืออบซาวน่า

คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้น้ำอุ่นไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าซาวน่า การแช่ออนเซ็น หรือการอาบน้ำอุ่น เป็นต้น เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งต้องห้ามของคุณแม่ เพราะจะส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายสูงจนเกินไป จนอาจทำให้คุณแม่ขาดน้ำ และเกลือแร่ อีกทั้งยังส่งผลให้เลือดข้น จนทำให้เส้นเลือดอุดตัน ทำให้ลูกในครรภ์เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ หรือถึงขั้นแท้งลูกได้

6. รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์

การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ในช่วงตั้งครรภ์ อาจทำให้ร่างกายคุณแม่ได้รับสารอาหารที่ไม่มีประโยชน์ โดยอาหารที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงนั้น ได้แก่ อาหารรสเผ็ดจัด เต็มจัด หวานจัด อาหารสุด ๆ ดิบ ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้คุณแม่เกิดอาการปวดท้อง และไม่สบายตัวได้ นอกจากนี้น้ำอัดลม ของหมักของดอง และอาหารกระป๋องก็เป็นอาหารที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะอาจมีสารเคมีบางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้

7. ออกกำลังกายหักโหม

แน่นอนว่าในช่วงตั้งครรภ์นั้น คุณแม่สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ แต่ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหมมากจนเกินไป และไม่ควรออกกำลังกายเกิน 30 นาทีต่อวัน เพราะอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงจนเกินไป และอาจทำให้ร่างกายเหนื่อยมากเกินไป จนกระทบต่อลูกในครรภ์ได้ โดยคุณแม่สามารถออกกำลังกายเบา ๆ อย่างเช่น การเดิน วิ่งเหยาะ โยคะ ว่ายน้ำ และพิลาทิส เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : โยคะคนท้อง ดีต่อคุณแม่อย่างไร ช่วยให้คลอดลูกง่ายจริงไหม?

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

8. ดื่มนมมากกว่าวันละ 1 แก้ว

คุณแม่อาจเข้าใจว่าการดื่มนมเยอะ ๆ ในช่วงตั้งครรภ์ นั้นเป็นเรื่องที่ ในความเป็นจริงแล้ว การดื่มนมวันละ 1 แก้ว ก็เพียงพอแล้วค่ะ เพราะหากคุณแม่ดื่มมากจนเกินไป ก็อาจทำให้ลูกในครรภ์มีความเสี่ยงต่อการแพ้ได้ง่ายขึ้น เช่น การแพ้โปรตีนในนมวัว เป็นต้น ดังนั้นหากคุณแม่อยากดื่มนมจริง ๆ ควรเปลี่ยนไปดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นดีกว่านะคะ

9. ยืนหรือนอนเป็นเวลานาน

สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไป ไม่ควรเดิน ยืน และนอนเป็นเวลานาน ๆ เพราะอาจทำให้ขา และเท้าบวมมากขึ้น อีกทั้งยังส่งผลให้ปวดหลังได้ง่าย และเสี่ยงต่อการเกินโรคข้อเข่าเสื่อมอีกด้วย นอกจากนี้หากคุณแม่นอนเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจส่งผลให้เกิดอาการจุกเสียด แน่นท้อง และยังทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกอีกด้วย ดังนั้นคุณแม่จึงควรเปลี่ยนท่านั่งบ่อย ๆ เพื่อช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น

10. ทำความสะอาดอุจจาระแมว

ในกรณีที่คุณแม่เลี้ยงแมวอยู่ ควรงดการเก็บอุจจาระแมวไปก่อนนะคะ เพราะในอุจจาระแมว มีสารพิษที่เป็นพาหะนำโรค เสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อ และอาจส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์เกิดความผิดปกติต่าง ๆ เช่น สมองผิดปกติ ตามีความผิดปกติ ตาบอด และยังส่งผลให้เกิดความผิดปกติอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้นหากคุณแม่เลี้ยงแมว ก็ควรอยู่ห่างจากอุจจาระไปก่อนนะคะ ให้แล้วคนอื่นทำความสะอาดแทนค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : คนท้องห้ามกินอะไร เครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงท้องมีอะไรบ้าง?

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

กิจกรรมที่คุณแม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์

  • ช้อปปิ้ง : สิ่งที่ช่วยให้คุณแม่มีความสุขมาก ๆ คือการไปช้อปปิ้ง ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์ หากคุณแม่ได้ไปช้อปปิ้ง ซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ลูกน้อยก็จะช่วยให้ร่างกายมีความสุขมากขึ้น
  • ออกกำลังกายเบา ๆ : คุณแม่สามารถออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดิน การวิ่งเหยาะ ๆ การปั่นจักรยาน โยคะ ว่ายน้ำ เป็นต้น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และช่วยให้สุขภาพครรภ์ดี
  • เปลี่ยนการแต่งตัว : คุณแม่สามารถเปลี่ยนลุคให้ตัวเอง เช่น การแต่งตัวแบบใหม่ หรือทำผมทรงใหม่ที่เหมาะกับตัวเอง ก็จะช่วยให้คุณแม่รู้สนุก และแฮปปี้ในระหว่างการตั้งครรภ์ได้ค่ะ
  • ตกแต่งห้องใหม่ : การตกแต่งห้องไม่ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนของคุณแม่เอง หรือห้องนอนของลูกที่กำลังจะคลอด เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้คุณแม่มีความสุขได้
  • ไปเที่ยว : การออกไปเที่ยวข้างนอกกับสามี เพื่อน และครอบครัว สามารถช่วยให้คุณแม่คลายความเครียด และเพิ่มความสุขได้ โดยคุณแม่ควรออกเดินทางในช่วงไตรมาสที่ 2 เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่แข็งแรงที่สุดค่ะ
  • ทำกิจกรรมคลายเครียด : การทำกิจกรรมที่คุณแม่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ถักไหมพรม ช่วยให้คุณแม่คลายเครียดได้เป็นอย่างดี
  • สร้างสัมพันธ์กับคุณแม่ท่านอื่น : หากคุณแม่ไม่ค่อยได้คุยกับสามี คุณแม่สามารถไปสร้างสัมพันธ์กับคุณแม่ท่านอื่น เพื่อเป็นการเข้าสังคม และช่วยทำให้คลายเหงาได้


แม้ว่าการหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่คุณแม่เคยชินจะเป็นเรื่องยาก แต่คุณแม่จำเป็นที่จะต้องอดทน เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเอง และลูกน้อยในครรภ์ โดยคุณแม่สามารถหากิจกรรมอย่างอื่นทำเพื่อหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมเดิม ๆ ได้ นอกจากนี้คุณแม่ก็ควรที่จะใส่ใจดูแลเรื่องอาหารการกิน และการทำกิจอื่น ๆ ด้วยเสมอ เพื่อให้ร่างกายของคุณแม่แข็งแรง และพร้อมสำหรับการคลอดบุตรค่ะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

ผลไม้คนท้อง กินแล้วดีอย่างไร แม่ท้องกินผลไม้อะไรได้บ้าง?

คนท้องปวดหลัง อันตรายไหม บรรเทาอาการด้วยวิธีใดได้บ้าง?

ท่านอนคนท้องที่ปลอดภัย ท้องอ่อน ท้องแก่ ต้องนอนแบบไหน?

ที่มา : 1, 2, 3