คนท้องกินไข่นกกระทาได้ไหม สิ่งนี้เอาไปทำเมนูอะไรได้บ้าง?

สำหรับใครที่ชอบกินเมนูไข่ ไม่ว่าจะเป็นเมนูไข่เป็ด ไข่ไก่ รวมถึงไข่นกกระทา เป็นต้น และยิ่งใครที่ยังไม่เคยลองกินนกกระทาเลยสักครั้ง และอยากล 

 817 views

สำหรับใครที่ชอบกินเมนูไข่ ไม่ว่าจะเป็นเมนูไข่เป็ด ไข่ไก่ รวมถึงไข่นกกระทา เป็นต้น และยิ่งใครที่ยังไม่เคยลองกินนกกระทาเลยสักครั้ง และอยากลองกินเมนูนี้ดูสักครั้ง เรามาดูไปพร้อมกันเลยนะคะว่าหากเรากำลังตั้งท้องอยู่ในตอนนี้จะกินไข่นกกระทาได้มากน้อยแค่ไหน หรือ คนท้องกินไข่นกกระทาได้ไหม มาดูกันนะคะ


 คนท้องกินไข่นกกระทาได้ไหม


คนท้องกินไข่นกกระทาได้จริงไหม?

เมื่อไหร่ที่คุณแม่อยู่ในช่วงตั้งท้อง แน่นอนว่าเราก็อาจจะไม่ค่อยกล้ากินอะไรตามใจตัวเองสักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าใครที่กำลังสงสัยว่าเราสามารถกินไข่นกกระทาในช่วงตั้งท้องได้ไหม ขอบอกเลยนะคะว่าไข่นกกระทาเป็นสิ่งที่คุณแม่ท้องสามารถกินได้ตามปกติเลยนะคะ และหากจะให้ดีไปกว่านั้นเราก็อาจจะต้องนำไปผ่านความสุกก่อนที่จะกินเข้าไป เพื่อที่สิ่งนี้จะได้ส่งผลดีและมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ



ประโยชน์ของไข่นกกระทาที่ใครหลายคนต้องชอบ!

รู้หรือไม่คะว่าการที่เรากินไข่นกกระทาเข้าไปนั้น สิ่งนี้ก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าสนใจและเป็นวัตถุดิบที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราได้ในหลาย ๆ อย่างเลย หากใครที่อยากรู้ว่าเรากินไข่นกกระทาเข้าไปแล้วจะดียังไงบ้าง มาดูกันเลยนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง : คนท้องกินแกงขี้เหล็กได้ไหม ผักชนิดนี้กินแล้วดีอย่างไร?



 คนท้องกินไข่นกกระทาได้ไหม


1. ช่วยลดอาการหวัด

สำหรับใครที่ชอบมีอาการภูมิแพ้เกิดขึ้นบ่อย ๆ การที่เรากินไข่นกกระทามากกว่า 2 ฟอง สิ่งนี้ก็เป็นอะไรที่จะช่วยลดอาการหวัดภายในร่างกายของเราได้ดีมาก ๆ เลย เอาเป็นว่าใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือชอบเป็นหวัดกันเป็นประจำอยู่แล้ว เราก็อาจจะหันมากินไข่นกกระทากันได้เลย



2. ช่วยต่อสู้กับโรคซึมเศร้า

ภายในตัวของไข่นกกระทาจะประกอบไปด้วยวิตามินบี 5 ซิ่งวิตามินตัวนี้จะเข้ามาช่วยลดภาวะโรคซึมเศร้าในร่างกายของเราได้ดีเลยทีเดียว สำหรับใครที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า และอยากหายจากโรคนี้ได้เร็วขึ้น เราก็อาจจะเลือกกินไข่นกกระทาให้มากขึ้นด้วยนะคะ



3. ช่วยป้องกันโรคนิ่ว

การที่เราเลือกกินไข่นกกระทาแทนอาหารเมนูอื่น ๆ แน่นอนค่ะว่าสิ่งนี้จะเข้ามาช่วยขจัดนิ่วออกจากทางเดินปัสสาวะได้ดีมาก ๆ เลย เพราะฉะนั้นหากคุณแม่อยากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ เมนูไข่นกกระทาเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเลยล่ะค่ะ



4. ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคมะเร็ง

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยอยู่แน่เลยค่ะว่าทำไม ไข่นกกระทาถึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งให้กับเราได้ ต้องบอกเลยนะคะว่า ภายในไข่นกกระทาจะมีไลโซไซม์ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันและช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งให้กับเราได้ดีมาก ๆ นั่นเอง
บทความที่เกี่ยวข้อง : รู้ทันโรคร้าย! มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากอะไร มีวิธีป้องกันไหม?



เทคนิคเลือกซื้อไข่นกกระทายังไงให้ถูกใจ!

หากใครที่อยากจะเลือกซื้อไข่นกกระทามาประกอบทำเป็นเมนูอาหาร แน่นอนว่าเราควรที่จะต้องรู้รายละเอียดต่าง ๆ ในการเลือกซื้อให้มาก ๆ เพื่อที่เราจะได้กินไข่นกกระทาได้อย่างมีคุณภาพมากที่สุด เพราะฉะนั้นใครที่อยากรู้ว่าเราควรมีเทคนิคในการเลือกซื้อไข่นกกระทากันยังไงบ้าง มาดูไปพร้อมกันเลย
บทความที่เกี่ยวข้อง : คนท้องกินปูอัดได้ไหม ปูอัดคือสิ่งที่มีประโยชน์หรือเปล่า?



 คนท้องกินไข่นกกระทาได้ไหม


1. เปลือกไข่สะอาด

สิ่งที่เราอาจจะต้องดูเป็นอันดับแรกเลย เราอาจจะต้องทำการสังเกตดูส่วนที่เป็นเปลือกไข่ว่ามีความสะอาดหรือเปล่า ซึ่งหากใครที่อยากจะได้ไข่นกกระทาที่มีคุณภาพ เราก็พยายามเลือกซื้อเปลือกไข่นกกระทาที่สะอาด และบริเวณเปลือกไม่มีรอยร้าวด้วยนะคะ



2. ทำการดมกลิ่น

สิ่งที่คุณแม่อาจจะต้องดูต่อมาเลย คือเราอาจจะต้องทำการดมกลิ่นนกกระทาตามไปด้วยนะคะ ซึ่งไข่นกกระทาที่ดีจะต้องเป็นไข่นกกระทาที่ไม่มีกลิ่นเน่าเสียเกิดขึ้นด้วยนะคะ เพราะเมื่อไหร่ที่เราดูแค่เพียงภายนอก และไม่ได้ทำการดมกลิ่นอะไรเลย สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้ไข่นกกระทาที่เราซื้อมาเกิดการเน่าเสียได้ง่ายมาก ๆ เลย



3. ดูวันหมดอายุ

จากนั้นเราก็อาจจะต้องทำการดูวันหมดอายุตามไปด้วย เพราะสิ่งนี้ค่อนข้างเป็นอะไรที่สำคัญ หากเมื่อไหร่ที่เราเลือกซื้อไข่นกกระทาที่มีความสดใหม่ เราก็จะนำมาประกอบทำเป็นเมนูอาหารได้อร่อยมากขึ้น แถมยังเก็บไว้กินได้นานเลยนะคะ



4. เก็บไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม

ไม่เพียงเท่านี้ สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามต่อมาเลยคือ เราอาจจะต้องเลือกซื้อไข่นกกระทาจากร้านที่เก็บไข่นกกระทาไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพราะเมื่อไหร่ที่เราเผลอไปซื้อไข่นกกระทาที่เก็บไวในอุณหภูมิที่สูงจนเกินไป หรือเป็นสถานที่ที่เก็บอุณหภูมิไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสม สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้ไข่นกกระทาเกิดการเน่าเสียได้เช่นเดียวกัน



วิธีการทำไข่นกกระทาสก๊อต

วัตถุดิบและส่วนผสม

  • ไข่นกกระทา 10 ฟอง
  • เนื้อไก่ 250 กรัม
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • กานพลูกระเทียม
  • เกล็ดขนมปัง 140 กรัม
  • แป้ง 35 กรัม
  • น้ำมันทอด 400 มิลลิลิตร
  • ผักใบเขียว 30 กรัม
  • เครื่องเทศ

ขั้นตอนการทำ


1. เริ่มแรกให้เรานำไก่ที่เตรียมไว้มาทำการหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นให้เรานำเนื้อไก่ที่หั่นได้ไปปั่นรวมกันกับกระเทียม เครื่องเทศ และสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย

2. ขั้นตอนต่อมาให้เรานำไข่นกกระทาที่เตรียมไว้ ไปทำการลวกและปอกเปลือกให้เรียบร้อย ซึ่งขั้นตอนการลวกเราอาจจะต้องทำให้สุกอยู่ในระดับพอดีได้เลยนะคะ

3. ต่อมาให้เรานำไข่ไก่ที่เตรียมไว้มาทำการตีไข่ให้เรียบร้อย จากนั้นให้เราใส่เครื่องเทศและเกลือลงไป พร้อมกับการทำการตีไข่เพื่อให้ส่วนผสมต่าง ๆ เข้ากันได้ดี

4. ขั้นตอนต่อมาให้เราทำการเทแป้งลงไป ตามด้วยแคร็กเกอร์ใส่ลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ ในส่วนของเนื้อสับให้เราทำการแบ่งเนื้อออกเป็นส่วน ๆ ได้เลย

5. จากนั้นให้เราทำการม้วนทำเป็นลูกบอลออกจากกันให้เป็นชิ้น ๆ แล้ว ใส่ไข่นกกระทาไว้ตรงกลาง จากนั้นให้เรานำเนื้อที่ทำการสับเรียบร้อยแล้วลงไป พร้อมกับทำการม้วนเป็นชิ้น ๆ คล้ายลูกบอล ซึ่งในขั้นตอนการม้วนให้เราม้วนให้แน่นมากที่สุด

6. ขั้นตอนต่อมาให้ทำการจุ่มลูกบอลแต่ละลูกลงไปคลุกเคล้าลงในตัวแป้ง จากนั้นก็นำไข่ที่ผ่านการตีแล้วมาราดลูกบอลที่ม้วนแล้ว ตามด้วยการคลุกเคล้าส่วนที่เป็นแคร็กเกอร์อีกรอบ ซึ่งเราสามารถทำไปเรื่อย ๆ จนหมดได้เลยนะคะ

7. ต่อมาให้เรานำลูกบอลที่ได้มาทำการทอดได้เลย ซึ่งขั้นตอนการทอดนั้นให้เราน้ำมันเทใส่ลงไปในกระทะ เมื่อน้ำมันเริ่มเดือดให้เรานำลูกบอลลงไปทอดได้เลย ในขณะที่เรากำลังทอดนั้นให้เราทอดเพียงแค่ 10 นาทีนะคะ เพียงเท่านี้เราก็จะได้กินเมนูไข่นกกระทาสก๊อตที่อร่อยแล้วล่ะค่ะ

เมนูไข่นกกระทาที่เราได้นำมาฝากคุณแม่ทุกคนแล้วนั้น ต้องบอกเลยนะคะว่าสิ่งนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างที่จะอร่อยและมีประโยชน์สำหรับแม่ท้องมาก ๆ สำหรับใครที่ยังไม่เคยกิน หรือชอบกินเมนูไข่กันอยู่แล้ว อยากรู้ว่าเราควรนำไข่นกกระทามาทำอะไรดี สามารถเข้ามาดูรายละเอียดและทำตามได้เลยนะคะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
คนท้องกินน้ำพริกปลาร้าได้ไหม เป็นเมนูที่ควรระวังหรือเปล่า?
คนท้องกินข้าวหน้าเป็ดได้ไหม กินแล้วจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือเปล่า?
คนท้องกินนมข้นหวานได้ไหม กินแล้วน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า?

ที่มา : 1, 2