5 วิธีแก้คลื่นไส้อาเจียน ปัญหาน่าปวดหัวของคุณแม่ตั้งครรภ์

อาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นอาการพื้นฐานที่พบได้บ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นอาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำได้เพียงปรับตัว และหาวิธีรับมือเท่านั้ 

 289 views

อาการคลื่นไส้อาเจียน เป็นอาการพื้นฐานที่พบได้บ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นอาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำได้เพียงปรับตัว และหาวิธีรับมือเท่านั้น เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย หากมีอาการที่รุนแรงมากเกินไป จำเป็นต้องพบแพทย์ด้วย วันนี้เราจึงมาดูกันว่า มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับอาการคลื่นไส้อยากอาเจียนที่คุณแม่ต้องรู้บ้าง

คลื่นไส้อาเจียน อาการแพ้ท้องครั้งแรก

สำหรับคุณแม่ท้องแรก หรือคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังมีอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียนตลอดเวลา หรือที่รู้จักกันว่าอาการ “แพ้ท้อง” ซึ่งเกิดขึ้นเป็นปกติ พบอาการเหล่านี้ได้ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์  ทำให้คุณแม่มือใหม่อาจรู้สึกไม่สบายใจ และไม่สามารถควบคุมอาการได้ โดยนอกจากอาการแน่นหน้าอกอยากอาเจียน ยังมีอาการอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากอาการแพ้ท้องได้ด้วย ได้แก่

  • ไวต่อกลิ่น : จากประสาทการรับกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงตลอด ทำให้รับกลิ่นต่าง ๆ ได้มากขึ้น กลิ่น้บากลายเป็นกลิ่นหนัก กลิ่นที่เคยดมได้ก็อาจเหม็นจนดมไม่ได้
  • ทานอาหารไม่เหมือนเดิม : การทานอาหารของแม่ท้อง อาจมีการเปลี่ยนแปลงไป อย่างที่เราเห็นว่าอยากกินของเปรี้ยว ทั้งที่ไม่เคยอยากกินมาก่อน หรือไม่อยากกินอาหารที่เคยชอบในช่วงนี้ เป็นต้น
  • อารมณ์อ่อนไหว : เนื่องจากในช่วงนี้อาจมีอาการเวียนศีรษะ จึงส่งผลต่อสภาพอารมณ์ได้ ทำให้มีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย คล้ายกับผู้หญิงหลายคนในช่วงเป็นประจำเดือน
  • นอนเยอะขึ้น : ด้วยความเหนื่อยล้าทั้งจากการเคลื่อนไหว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น จะทำให้รู้สึกเหนื่อย ต้องการพักผ่อน ต้องการนอนหลับมากขึ้น จนรู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ


โดยปกติแล้วอาการคลื่นไส้ อาการอาเจียน หรืออาการอื่น ๆ จากการแพ้ท้อง มักจะหายไปได้เองในช่วงเดือนที่ 3-4 ขึ้นไปหลังจากตั้งครรภ์ หรือหลังผ่านไปแล้ว 1 ไตรมาส

บทความที่เกี่ยวข้อง : ตั้งครรภ์ 1 สัปดาห์ พัฒนาการทารกในครรภ์ ไตรมาสที่ 1

วิดีโอจาก : theAsianparent

ทั้งนี้อาการอาเจียน อาการคลื่นไส้เป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่อาการอื่น ๆ อาจไม่พบในคุณแม่ตั้งครรภ์บางคน ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่าจะมีอาการแบบใดบ้าง หากมีอาการแพ้ท้องจะปล่อยไว้เฉย ๆ ไม่ได้ อาจต้องมีวิธีในการดูแลตนเองในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน

ทำไมท้องจึงต้องคลื่นไส้อาเจียน

อาการคลื่นไส้อยากอาเจียน เกิดขึ้นได้กับหลายสถานการณ์ เดิมทีอาการแบบนี้สำหรับผู้ที่ไม่ตั้งครรภ์ก็สามารถเกิดขึ้นได้ หลายกรณี และยิ่งเป็นผู้ที่กำลังตั้งครรภ์จะยิ่งมีปัจจัยหลายข้อ เช่น มีอาการเครียด, ได้รับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์มากเกินไป, รู้สึกวิงเวียนศีรษะ หรือการทานอาหารที่ไม่ชอบในขณะที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นต้น อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนเอชซีจี (HCG – Human chorionic gonadotropin) ในร่างกาย ที่มีส่วนในการกระตุ้นอาการอาเจียนด้วย

5 วิธีแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนจากการแพ้ท้อง

เมื่อคุณแม่มีอาการแพ้ท้องสามารถใช้วิธีเหล่านี้เพื่อป้องกัน หรือบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อยากอาเจียนได้ ดังนี้

1.พักผ่อนให้เพียงพอ

คุณแม่ตั้งครรภ์มีสภาวะร่างกายที่เหนื่อยล้าได้ง่าย การพักผ่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรนอนน้อย ไม่ควรนอนดึก ควรเข้านอนแต่หัวค่ำ และควรนอนเพิ่มระหว่างวัน หากมีความต้องการนอน หรือง่วง ไม่ต้องฝืน นอกจากนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของพื้นที่พักผ่อน เช่น ห้องนอน ที่ต้องเงียบ ไม่มีเสียงรบกวน มีแสงสว่างแค่พอเหมาะ เป็นต้น

2.ผ่อนคลายความเครียด

เมื่อเครียดจะยิ่งทำให้อาเจียนได้ คุณแม่ท้องอาจมีความกังวล หรือคิดมากขึ้นเป็นพิเศษในช่วงนี้ จึงควรต้องผ่อนคลายความเครียดลงไปบ้าง ด้วยการทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายที่ตนเองชอบ หรือกิจกรรมที่ช่วยให้สมองโปร่ง หยุดจากการคิดมาก ลดความเครียด เช่น นั่งสมาธิ หรือเล่นโยคะสำหรับคนท้อง เป็นต้น

3.เลี่ยงกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์

กลิ่นเหม็นจากอาหาร หากคุณแม่ได้กลิ่นไหน แล้วรู้สึกคลื่นไส้ควรบอกให้คนรอบข้างรู้ และพยายามหลีกเลี่ยงกลิ่นนั้น ไม่ควรเสี่ยงเข้าใกล้ เพราะยิ่งหากเป็นกลุ่มเสี่ยง หรือมีอาการท้องแรก อาการแพ้ท้องอาเจียน อาจมีความรุนแรงมากกว่าปกติได้ รวมไปถึงกลิ่นอื่น ๆ นอกจากอาหารด้วยเช่นกัน ไม่ควรประมาท และอยู่ห่างเอาไว้จะดีที่สุด

คลื่นไส้อาเจียน


4.ใช้กลิ่นหอมจากธรรมชาติ

หากเกิดอาการเครียด รู้สึกไม่ค่อยสบายตัว หรือมีอาการคลื่นไส้จากกรณีต่าง ๆ สามารถใช้กลิ่นหอมจากวัตถุดิบธรรมชาติ หรือเป็นกลิ่นจากสถานที่ธรรมชาติ หรือกลิ่นสิ่งที่คุณแม่ชื่นชอบ จะสามารถช่วยให้คุณแม่มีอาการดีขึ้นได้ นอกจากนี้หากมีอาการเวียนศีรษะ หรือคลื่นไส้ควรนั่งพักผ่อนให้หายเหนื่อย หรือนอนพักไปเลยก็ได้

5.เลี่ยงของคาว ของมัน

อาหารที่คุณแม่ควรทานต้องมีความหลากหลาย เน้นที่ประโยชน์เข้าไว้ นอกจากนี้ยังต้องเลี่ยงอาหารที่มีความคาว หรืออาหารที่ติดมัน อมน้ำมัน อาหารเหล่านี้มีส่วนที่จะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หรือมีกลิ่นเฉพาะที่กระตุ้นคุณแม่ได้ หรือดื่มน้ำขิง เพราะมีส่วนช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือดื่มน้ำผลไม้สดหลังตื่นนอนก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

อาเจียนแบบไหนจึงควรพบแพทย์ ?

ทุกอาการแพ้ท้องไม่ใช่แค่คลื่นไส้ หรืออาเจียน หากมีอาการมากจนเกินไป ไม่สามารถบรรเทาได้ จนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน คุณแม่สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำได้ ในส่วนของการอาเจียน จะมีอาการที่รุนแรง หากท้องว่าง อาจรุนแรงถึงขั้นมีเลือดออกที่หลอดอาหาร และหลอดลม หรือมีอาการอาเจียนไม่หยุด แม้จะนอนพักผ่อน หรือดูแลร่างกายดีแล้ว โดยอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มีความเสี่ยง ดังนี้

  • คุณแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นครั้งแรก
  • การตั้งครรภ์ลูกแฝด
  • คุณแม่ท้องที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน


หากว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และมีอาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งเฉย ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรับคำแนะนำในการดูแลร่างกายต่อไป

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ตั้งครรภ์ 5 สัปดาห์ พัฒนาการทารกในครรภ์ ไตรมาสที่ 1

6 ประโยชน์ของน้ำสะอาด ที่คุณแม่ตั้งครรภ์อาจไม่รู้

แม่ท้องกินไข่ ดีอย่างไร ทานวันละกี่ฟองถึงจะดี ?

ที่มาข้อมูล : 1 2 3 4