อาการหายใจถี่ เกิดขึ้นได้อย่างไร? หากมีอาการแบบนี้ จะเป็นอันตรายหรือไม่!

สำหรับใครที่กำลังสังเกตอาการตัวเองอยู่ในตอนนี้ว่า การที่เรามีอาการหายใจถี่ขึ้นมานั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากอะไร และสิ่งกำลังเกิดขึ้น ณ ต 

 61 views

สำหรับใครที่กำลังสังเกตอาการตัวเองอยู่ในตอนนี้ว่า การที่เรามีอาการหายใจถี่ขึ้นมานั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเกิดจากอะไร และสิ่งกำลังเกิดขึ้น ณ ตอนนี้ กำลังบ่งบอกสัญญาณอันตรายอยู่หรือเปล่า เอาเป็นว่าเรามาดูถึงสาเหตุ และ อาการหายใจถี่ ที่เกิดขึ้นไปพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะ ไม่แน่หากเรารู้จักวิธีการรับมือที่ดี สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่กระทบต่อสุขภาพของเราก็เป็นได้



สาเหตุที่ทำให้มีอาการหายใจถี่ขึ้นมา สิ่งเหล่านี้เกิดจากอะไร?

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยกันอยู่ใช่ไหมคะว่า การที่เรามีอาการหายใจถี่ขึ้นมานั้น สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร และสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้ เสี่ยงต่อการมีอาการหายใจถี่ได้หรือไม่ เรามาดูสาเหตุที่ส่งผลทำให้เกิดขึ้นไปพร้อมกันเลยดีกว่า
บทความที่เกี่ยวข้อง : คนท้องปวดหัว รับมืออย่างไร แม่ท้องปวดหัวอันตรายต่อลูกในครรภ์ไหม?


อาการหายใจถี่


1. เกิดจากโรคภูมิแพ้

มาดูกันที่สาเหตุแรกกันเลยดีกว่า สาเหตุแรกที่จะทำให้เรามีอาการหายใจถี่ขึ้นมาได้ สิ่งนี้อาจเกิดจากการที่เราเป็นโรคภูมิแพ้กันอยู่แล้ว ซึ่งต้องบอกว่าโรคภูมิแพ้อาจจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป อาทิเช่น ภูมิแพ้ขนสัตว์ ไรฝุ่น อาหาร หรือเกสรดอกไม้ เป็นต้น



2. เกิดจากพันธุกรรม

หากคนในครอบครัวของเราเป็นโรคหอบหืดกันอยู่แล้ว สิ่งนี้ก็ค่อนข้างที่จะส่งผลทำให้เรามีอาการหายใจถี่เกิดขึ้น และเสี่ยงที่จะเป็นโรคหอบหืดได้ในเวลาเดียวกัน เพราะโรคนี้สามารถที่จะถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เพราะฉะนั้นใครที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ เราควรที่จะดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนะคะ



3. เกิดจากหักโหมการออกกำลังกาย

เมื่อไหร่ที่เราหักโหมการออกกำลังกายมากจนเกินไป สิ่งนี้ก็ค่อนข้างที่จะทำให้เรามีอาการหายใจถี่เกิดขึ้นได้ง่ายเหมือนกัน ดังนั้นเราอาจจะเลือกออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ควรออกกำลังกายให้เหมาะสมกับสุขภาพร่างกายของเราจะดีที่สุด
บทความที่เกี่ยวข้อง : ท่าออกกำลังกายคนท้อง ทำยังไงดี?สุขภาพร่างกายแข็งแรงทั้งแม่และลูก



4. เกิดจากสารเคมี

เมื่อไหร่ที่ร่างกายของเราได้รับสารเคมี หรือสูดดมสารเคมีอะไรบางอย่างเข้าไป สิ่งนี้ก็ค่อนข้างที่จะทำให้เรามีอาการหายใจถี่เกิดขึ้นได้ง่ายเลย โดยสารเคมีที่พบได้บ่อย ยกตัวอย่างเช่น ควันบุหรี่ ยาฆ่าแมลง รวมถึงมลพิษต่าง ๆ เป็นต้น



5. เกิดจากยาบางชนิด

สิ่งที่ส่งผลทำให้เรามีอาการหายใจถี่ขึ้นมาอีกอย่างเลย คืออาจจะเกิดจากยาบางชนิด อาทิเช่น ยาแอสไพริน และยาต้านอักเสบ เช่น ไอบูโพรเฟน เป็นต้นค่ะ



อาการหายใจถี่มีลักษณะอย่างไรบ้าง?

หากใครที่อยากทราบว่าเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ลักษณะอาการที่เราเป็นอยู่ เรียกว่า “อาการหายใจถี่” อยู่หรือเปล่า เอาเป็นว่าใครที่อยากรู้คำตอบกันแล้ว มาเช็คอาการไปพร้อมกันได้เลย
บทความที่เกี่ยวข้อง : อาการเจ็บท้องระหว่างตั้งครรภ์ เรื่องสำคัญที่แม่ท้องควรรู้


อาการหายใจถี่


1. รู้สึกเหนื่อยง่าย

สำหรับใครที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะเหนื่อยง่าย อีกทั้งยังมีอาการไอร่วมด้วย รวมถึงได้ยินเสียงหายใจหวีด ๆ ขึ้นมาในขณะที่เรากำลังวิ่งอยู่ในตอนนี้ สิ่งที่ตามมาอีกอย่างเลยคือ เราก็อาจจะมีอาการหายใจถี่ตามมาได้ เพราะฉะนั้นใครที่กำลังมีอาการแบบนี้อยู่ ควรหันมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพกันให้มากขึ้นนะคะ



2. รู้สึกแน่นหน้าอก

เมื่อไหร่ที่เรารู้สึกแน่นหน้าอก หรือเริ่มที่จะมีการหายใจติดขัดขึ้นมานั้น สิ่งนี้ก็อาจจะส่งผลทำให้เรามีอาการหายใจได้ถี่ขึ้น ซึ่งต้องบอกว่าไม่ควรปล่อยให้ตัวเองรู้สึกแบบนี้นาน ๆ นะคะ ทางที่ดีเราอาจจะต้องรีบทำการไปพบแพทย์ เพื่อที่คุณหมอจะได้รักษาได้ทันค่ะ



3. มีอาการหวัดลงปอด

หากใครที่มีอาการหวัดลงปอดเกิดขึ้น หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจ สิ่งนี้ก็ค่อนข้างที่จะทำให้เราหายใจได้อย่างลำบาก จนส่งผลทำให้ใครหลายคนหายใจถี่ขึ้นมากขึ้นได้นั่นเองค่ะ



วิธีการรับมือกับอาการหายใจเร็ว ทำอย่างไรดี?

สำหรับใครที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้อยู่ และอยากว่าหากเรากำลังมีอาการแบบนี้เกิดขึ้น เราควรมีวิธีการรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง เพื่อที่อาการเหล่านี้จะได้ดีขึ้น และได้รับอันตรายน้อยมากที่สุด หากใครพร้อมแล้ว เรามาดูวิธีการรับมือกับอาการหายใจถี่ไปด้วยกันเลยนะคะ


อาการหายใจถี่


1. ใช้ถุงกระดาษครอบปาก

หากเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าไม่สบายใจ หากอาการยังไม่ดีขึ้น เราอาจจะต้องใช้ถุงกระดาษมาครอบบริเวณปากและจมูกเอาไว้ เพื่อเป็นการเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลับสู่ไปกระแสเลือด เพราะการที่ร่างกายเราได้รับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป สิ่งนี้จะช่วยทำให้เลือดของเราลดความเป็นกรดและด่างลงอีกด้วยนะคะ



2. พยายามอย่าตกใจ

สิ่งสำคัญต่อมาที่เราควรใส่ใจมาก ๆ เลยคือ พยายามอย่าตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หรืออาจจะต้องมีสติให้มากที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่เรามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น แต่เรากลับรู้สึกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังไม่ค่อยมีสติในการทำสิ่งต่าง ๆ นี่ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เรามีอาการที่รุนแรงขึ้นได้ง่ายอยู่เหมือนกัน



3. ทำความเข้าใจ

สิ่งที่เราควรต้องคำนึงถึงต่อมาเลยคือ การทำความเข้าใจ ซึ่งต้องบอกว่าเราควรทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นของคนรอบข้างมาก ๆ ต้องพยายามเข้าใจเขาด้วยว่าหากเขามีอาการแบบนี้เกิดขึ้นมานั้น สิ่งที่เราควรต้องรับมือคืออะไร และไม่ควรที่จะปล่อยปละละเลยเรื่องเหล่านี้ไปนะคะ



4. ควรหาวิธีการป้องกัน

สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญต่อมาเลยคือ เมื่อเรารู้ว่าตัวเองค่อนข้างที่จะหายใจผิดปกติขึ้นมาบ่อย ๆ เราอาจจะต้องคอยสังเกตอาการและคอยหาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นมากที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่เราไม่ได้หาวิธีการป้องกัน และรู้สึกแบบนี้อยู่บ่อย ๆ สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้เราเสี่ยงที่จะเป็นโรคอื่น ๆ ตามมาได้



5. พบแพทย์

หากเมื่อไหร่ที่เรามีอาการหายใจถี่เกิดขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกว่าอาการที่เกิดขึ้นมานี้ยังไม่ได้ดีขึ้นเท่าที่ควร เราก็อาจจะต้องรีบทำการพบแพทย์ เพื่อที่คุณหมอจะรีบทำการรักษาได้อย่างทันเวลา อีกทั้งคุณหมอจะได้ให้คำแนะนำเราได้อย่างถูกต้องตามไปด้วย แต่ถ้าเมื่อไหร่เราไม่รีบทำการรักษา หรือปล่อยเรื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จากที่จะไม่หายอยู่แล้ว สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้เรามีอาการที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้นได้เลยเหมือนกัน



จากที่เราได้พาทุกคนมาทำความรู้จักถึงสาเหตุของ อาการหายใจถี่ขึ้นมาแล้วนั้น ต้องบอกเลยค่ะว่า เป็นหนึ่งในอาการที่เราควรต้องเฝ้าระวังมาก ๆ ถึงแม้สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้รุนแรงสำหรับบางคน แต่หารู้ไหมคะว่า เมื่อเหล่าบ่อยให้ตัวเองมีอาการแบบนี้ขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้จักวิธีการป้องกัน หรือวิธีการรักษาอะไรเลย สิ่งนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงตามมาได้เลย ทางที่ดีเราควรที่จะทำการพบแพทย์ รวมถึงกันมาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองกันให้มากขึ้นนะคะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

แม่ท้องกินไฟเบอร์ ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกจริงหรือไม่ ?

คนท้องเท้าบวม ทำยังไงดี? อีกหนึ่งอาการที่คุณแม่ควรเฝ้าระวัง!

คนท้องปวดหลัง อันตรายไหม บรรเทาอาการด้วยวิธีใดได้บ้าง?

ที่มา : 1, 2