ทอนซิลอักเสบ อาการเจ็บคอบ่อย ๆ ที่อาจจะเรื้อรัง จนกลายเป็นโรครุนแรงได้ !

เมื่อพูดถึงเรื่องของการเจ็บคอ ในปัจจุบันนี้มีอาการหลายอย่าง ที่สามารถเป็นได้ ทั้งไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรือแม้กระทั่ง ทอนซิลอักเสบ ที 

 929 views

เมื่อพูดถึงเรื่องของการเจ็บคอ ในปัจจุบันนี้มีอาการหลายอย่าง ที่สามารถเป็นได้ ทั้งไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรือแม้กระทั่ง ทอนซิลอักเสบ ที่เป็นอาการที่พบได้บ่อย และพบได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งบางรายอาจจะเกิดอาการซ้ำ ๆ จนกลายเป็นอาการเรื้อรัง หรือรุนแรงได้ในภายหลัง

วันนี้ Mamastory จะพาไปดูอาการนี้ให้ลึกกว่าเดิม เพื่อให้เข้าใจ และควรรู้ว่าใช้วิธีแบบไหนจะป้องกันได้ดีที่สุด ถ้าหากพร้อมแล้วไปอ่านบทความด้านล่างได้เลยค่ะ !

ทอนซิลอักเสบ



ต่อมทอนซิลคืออะไร ?

ต่อมทอนซิล คือ เนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลือง 2 ต่อมคู่ข้างซ้ายและขวาในลำคอ ที่ภายในมีเม็ดเลือดขาวหลายชนิด อยู่ด้านข้างใกล้กับโคนลิ้น มีหน้าที่หลักในการดักจับ และกำจัดเชื้อโรค ที่จะเข้าสู่ทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร และมีบทบาทในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ซึ่งมักเกิดอาการอักเสบ หรือมีขนาดโตผิดปกติ จนส่งผลกระทบต่อการหายใจ หรือการกลืนของผู้ป่วยได้

ทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน คืออะไร ?

ภาวะทอนซิลอักเสบเฉียบพลันนี้ มักเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเจ็บคอที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะในเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กที่อายุน้อยกว่า 10 ปี สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจาก การติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการเจ็บคอ และร้าวไปถึงหู ไข้หนาวสั่น กลืนอาหารหรือน้ำลายเจ็บ คลำคอแล้วเจอต่อมบวม ซึ่งหากมีอาการบ่อย อักเสบซ้ำ ๆ ในหลายครั้งต่อปี อาจจะหลายเป็นการอักเสบเรื้อรังได้ค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : โรคทอนซิลโตในเด็ก ปัญหาที่ห้ามละเลย หากไม่อยากให้ลูกเจ็บหนักกว่าเคย !

สาเหตุที่ทอนซิลอักเสบ

โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตคอกคัส (ชนิดเอ) สายพันธุ์ที่ทำให้เกิดอาการอักเสบ ซึ่งการได้รับเชื้อโรค จะเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ต่อมทอนซิลอักเสบ

ทอนซิลอักเสบ



อาการทอนซิลอักเสบ

  • ต่อมทอนซิลบวมแดง กดแล้วเจ็บ
  • กลืนอาหารลำบาก เจ็บคอเวลากลืน
  • เจ็บคอร้าวไปบริเวณหู
  • ปวดศีรษะ
  • มีไข้ หนาวสั่น
  • เสียงแหบ หรือเสียงเปลี่ยน
  • มีกลิ่นปาก
  • มีเมือกสีขาวหรือเหลือง เคลือบต่อมทอนซิล
  • อาจมีอาการอาเจียน หลังกินอาหาร



ในขณะเดียวกัน เด็กบางคนอาจจะยังไม่สามารถบอกอาการที่เกิดขึ้นได้ ผู้ปกครองอาจจะต้องสังเกตอาการเหล่านี้ร่วม

  • ลูกมีอาการน้ำลายไหลผิดปกติ
  • ลูกมีปัญหากลืนไม่ได้
  • ลูกไม่อยากอาการ หรือกินอะไรไม่ได้
  • ลูกงอแงผิดปกติ



ปัจจัยเสี่ยงทอนซิลอักเสบ

โดยปกติแล้วมักเกิดกับเด็กมากกว่า เพราะเป็นช่วงที่รับเชื้อได้มากที่สุด และมีแนวโน้มในการสัมผัสเชื้อโรคมากกว่าผู้ใหญ่ รวมถึงอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น เช่น

  1. ติดเชื้อรอบต่อมทอนซิล
  2. เป็นหนองช่องคอส่วนลึก
  3. ภาวะหยุดหายใจขณะนอน

บทความที่เกี่ยวข้อง : โรคปากนกกระจอก เกิดขึ้นได้อย่างไร? อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคนี้!



เมื่อไรที่ควรไปหาหมอ

หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาล เพื่อทำการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ได้แก่

  • เจ็บคอต่อเนื่อง เจ็บคอไม่หายใน 1-2 วัน
  • เจ็บคอ คู่กับเป็นไข้
  • มีปัญหาระหว่างที่กลืนอาหาร หรือน้ำลาย
  • อ่อนเพลียมากผิดปกติ
  • หายใจหรือกลืนลำบาก
  • น้ำลายไหลมากผิดปกติ



วิธีป้องกันตัวเอง

เมื่อมีอาการทอนซิลอักเสบ หลังจากไปหาหมอมาแล้ว สามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ตามปกติ เพื่อให้อาการเบาลง และสามารถฟื้นตัวจากการติดเชื้อได้เร็วขึ้น ซึ่งแพทย์จะไม่จ่ายยาปฏิชีวนะ อาการมักหายได้เองภายใน 7-10 วัน สามารถดูแลตัวเองได้ดังนี้

  • ให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเต็มที่
  • ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำบ่อย ๆ เปลี่ยนเป็นอาหารอุ่น ๆ
  • กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ
  • ไม่สูดดมควันบุหรี่



ทอนซิลอักเสบ



นอกจากนี้ยังมีวิธีการป้องกัน เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ทำให้ร่างกายเจ็บป่วย สามารถป้องกันการติดต่อของโรคได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • หมั่นล้างมือก่อนทานอาหาร หลังไอหรือจาม และหลังเข้าห้องน้ำ
  • งดการใช้สิ่งของร่วมกัน หรือแบ่งอาหารร่วมกัน
  • เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกครั้ง หลังต่อมทอนซิลอักเสบ
  • ให้ใช้กระดาษทิชชู ป้องปิดปากเวลาไอหรือจาม
  • พักอยู่บ้านระหว่างที่ป่วย



ในทางเดียวกันมีความเชื่อผิด ๆ ว่า การผ่าตัดต่อมทอนซิลออกอาจทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น เพราะไม่มีตัวดักจับเชื้อโรค แต่ถ้าหากเป็นผู้ป่วยเรื้อรัง การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อไม่เป็นการสะสมเชื้อโรค อย่างไรก็ตามหากกังวลเรื่องการเจ็บคอ หรืออาการเรื้อรัง สามารถเข้ารับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการรักษาให้เร็วที่สุด

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

รู้ทัน! สาเหตุ อาการ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ อันตรายมากแค่ไหน?

ไซนัส (Sinus) โรคใกล้ตัวที่น่ารำคาญ รักษาง่าย ไม่ยากอย่างที่คิด อย่าปล่อยไว้ !

กรดไหลย้อน (GERD) อาการอันตรายที่ควรต้องรู้ เพราะเกิดหลังการทานอาหาร !

ที่มา : 1, 2