แม่ท้องกับภาวะ เชื้อราในช่องคลอด อันตรายหรือไม่ ส่งผลต่อทารกอย่างไร

แม่ท้องคนไหนที่กำลังประสบปัญหา มีตกขาว คัน หรือระคายเคืองจุดซ่อนเร้นกันบ้างคะ ? นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ เชื้อราในช่องคลอด ก็ได้นะ ด้วยสภา 

 107 views

แม่ท้องคนไหนที่กำลังประสบปัญหา มีตกขาว คัน หรือระคายเคืองจุดซ่อนเร้นกันบ้างคะ ? นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ เชื้อราในช่องคลอด ก็ได้นะ ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่แสนจะร้อน อบอ้าว ไม่แปลกใจเลย ที่ผู้หญิงหลาย ๆ คนรวมถึงแม่ท้อง จะประสบปัญหาเหล่านี้ Mamastory ได้รวบรวมทุกคำถาม มาไว้ที่นี่แล้ว เชื้อราเกิดจากอะไร สังเกตได้อย่างไรว่าเป็น อันตรายต่อแม่ท้องหรือไม่ มีวิธีการป้องกันและรักษาอย่างไรได้บ้าง ตามไปอ่านกัน 

เชื้อราในช่องคลอด

อาการอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นเชื้อรา ? 

เชื้อราในช่องคลอด หรือ Vaginal Candidiasis มีอาการที่สามารถบ่งชี้ มีหลายระดับ ให้สาว ๆ ได้ลองสังเกตตัวเองได้ ดังนี้ 

  • ระคายเคือง เกิดอาการคันยุบยิบ บริเวณอวัยวะเพศ หรือช่องคลอด
  • บริเวณช่องคลอด หรืออวัยวะเพศมีการเปลี่ยนแปลง เช่น บวม แดง ผิวบริเวณนั้นแห้ง และ เป็นผื่นคัน จนสามารถรู้สึกได้ 
  • แสบร้อน หรือรู้สึกเจ็บ ขณะปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์ 
  • มีตกขาวลักษณะเหมือน แป้ง ก้อน หรือครีมขาวข้น แต่ไม่มีกลิ่น และเป็นในระยะเวลาติดต่อกัน 
  • หากรุนแรงตกขาวอาจเป็นสีเหลือง และมีกลิ่นบูด 


ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ ที่สามารถพบได้กับผู้หญิงจำนวน 3 ใน 4 ของผู้หญิงทั่วไป และยังเป็นอาการที่พบได้บ่อย ในผู้หญิง 4 กลุ่มดังต่อไปนี้ 

  • กลุ่มผู้ที่เคยติดเชื้อราซ้ำ ๆ มากกว่า 4 ครั้งต่อปี 
  • กลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ 
  • กลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน 
  • และ กลุ่มคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ 


เชื้อราในช่องคลอด เกิดจากอะไร 

ภายในช่องคลอดของผู้หญิง แบคทีเรียดีอาศัยอยู่ ทำหน้าที่ป้องกันและสร้างสมดุลให้น้องสาวของเรา ปกป้องน้องสาวจากสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรค ต่าง ๆ แต่ด้วยสาเหตุบางประการทำให้ แบคทีเรียดีลดลง จนไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคนั้นได้ จึงเกิดเป็นอาการเชื้อราในจุดซ่อนเร้นนั่นเอง 

สาเหตุที่ทำให้แบคทีเรียดีมีจำนวนน้อยลง จนกลายเป็นเชื้อราแทน 

  • ใช้ยาปฏิชีวนะ ติดต่อกันเป็นเวลานาน จนไปทำลายแบคทีเรียดีในช่องคลอด
  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน หรือผู้ที่ติดเชื้อ HIV ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นต้น
  • ใส่เสื้อผ้าอับชื้น หรือใส่กางเกงในที่แน่นจนเกินไป จนทำให้เกิดการเสียดสี หรือใส่แผ่นอนามัยติดต่อกันเป็นเวลานาน 
  • ผู้ที่ไม่รักษาความสะอาด 
  • ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิดบางยี่ห้อ 
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะ จะเกิดความอับชื้นและเกิดการเสียดสี ตามร่างกายได้ง่าย 
  • การสวนล้างช่องคลอด ความเชื่อที่ผิด ในการทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น แทนที่จะสะอาด กลับไปทำลายแบคทีเรียดีในช่องคลอดแทน
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ อาจเกิดจากฮอร์โมนภายในร่างกายเอง หรือการกดทับ อับชื้น และเสียดสีบริเวณช่วงล่างได้ 


ถ้าแม่ท้องที่มีอาการเหล่านี้ อันตรายหรือไม่ ?

คนท้องมีตกขาว

ไม่แปลกเลยหาก คุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะมีภาวะ เป็นตกขาว หรือระคายเคืองเพราะเชื้อราได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกาย เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ในบางคนอาจมีตกขาว หรือปัสสาวะเล็ด อีกทั้งเมื่อแม่ท้องมีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น ก็ทำให้มีโอกาสเกิดความอับชื้นขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ได้เหมือนกัน แต่ภาวะดังกล่าว ไม่ได้เป็นอันตรายต่อแม่ท้องแต่อย่างใด พยายามรักษาความสะอาดไว้ และหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดเชื้อราได้ จะดีที่สุด

สองสิ่งที่ควรระวังเลยสำหรับแม่ท้อง คือ ระวังอย่าสับสนกับภาวะติดเชื้ออื่น ๆ เช่น  เชื้อแบคทีเรียวาจิโนสิส ซึ่งถือว่าอันตรายต่อแม่ท้อง เนื่องจากเป็นเชื้อที่ทำให้คุณแม่ “คลอดก่อนกำหนดได้”

และอีกข้อที่คุณแม่ควรระวัง ถ้าหากแม่ท้องคนไหนมีอาการเชื้อราในช่องคลอด ซ้ำ ๆ ไม่หายสักที แม่ท้องจำเป็นต้องไปตรวจภาวะเบาหวานร่วมด้วย เพราะเบาหวาน เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เป็นเชื้อรา และเกิดตกขาวได้
บทความที่เกี่ยวข้อง: ท้อง 9 เดือนตกขาวเยอะ แปลกไหม ใช่สัญญาณคลอดหรือเปล่า ?

ภาวะเชื้อรา ในช่องคลอด รักษาได้ ง่ายนิดเดียว

เชื้อราในช่องคลอด

ถึงแม้การเป็นเชื้อรา จะสามารถหายไปได้เอง ยารักษาอาการดังกล่าวก็มีจำหน่ายอยู่ทั่วไป แต่ไม่แนะนำให้รักษาด้วยตัวเอง ดังนั้นเมื่อสาว ๆ เกิดความสงสัยแล้วว่าตัวเองมีภาวะเชื้อราแล้ว รีบไปหาคุณหมอเพื่อทำการรักษา จะดีที่สุดค่ะ เพราะหากปล่อยไว้นานอาจส่งผลเสียอื่น ๆ ตามมาได้ 
บทความที่เกี่ยวข้อง: ตกขาวระหว่างตั้งครรภ์ เป็นอย่างไร? สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอันตรายไหม


คุณหมอจะทำการวินิจฉัยจากการซักถามพฤติกรรมทั่วไปของผู้ป่วย ถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ประจำเดือนที่มาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ พฤติกรรมการใส่แผ่นอนามัย ทิ้งไว้นานจนเกินไปหรือเปล่า ? รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ ของคนไข้ นอกจากนี้คุณหมอสั่งตรวจทั้งภายนอกและภายใน และอาจเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งไปวิเคราะห์เพิ่มเติม และจ่ายยาตามอาการค่ะ


วิธีการรักษาเบื้องต้น

  • คุณหมออาจจ่าย ยาสอดช่องคลอด ที่มีตัวยาตัวยาโคลไทรมาโซล หรือ ฟลูโคนาโซล หรือ ยาทาภายนอกเพื่อช่วยลดการคัน 
  • หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นอนามัยก่อนจะดีที่สุด
  • ไม่สวนล้างอวัยวะเพศ แรงจนเกินไป ใช้เพียงน้ำเปล่าชำระล้างภายนอกก็พอค่ะ 
  • ดูแลจุดซ่อนเร้นให้แห้งที่สุด อย่าให้อับชื้น 

5 วิธี ป้องกันเชื้อรา ในช่องคลอด

  1. หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจไปกระตุ้นการเกิดเชื้อราเช่น อาหารหมัก ดอง 
  2. เปลี่ยนเสื้อผ้าให้พอดี ไม่แน่นจนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้จุดซ่อนเร้นถูกเสียดสี หรือเกิดความอับชื้น 
  3. อย่าสวมผ้าอนามัย หรือแผ่นอนามัยนานจนเกินไป ควรเปลี่ยนทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง หรือไม่ใส่ได้จะดีที่สุด 
  4. รักษาความสะอาด แต่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น เพราะอาจระคายเคืองมากกว่าเดิมได้ 
  5. รับประทานโยเกิร์ต หรือยาคู้ หรืออาหารที่มีแลคโตบาซิลัส เพื่อเสริมสร้างจุลินทรีย์ดีในร่างกาย

คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับ เชื้อราในช่องคลอดกันไปแล้ว ว่ามันไม่ได้อันตรายต่อแม่ท้อง หรือสาว ๆ แต่อย่างใด แต่มันก็ยังคงกวนใจอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ดังนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ และสาว ๆ อย่าลืมที่จะรักษาความสะอาดให้ดี ไม่ปล่อยให้น้องสาวของเราอับชื้น และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเสริมสร้างจุลินทรีย์ดีในร่างกาย อย่าปล่อยให้ปัญหากวนใจ กลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ค่ะ


บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : 

รู้หรือไม่! คนท้องไม่สบาย ไม่สบายในช่วงตั้งท้อง ทำอย่างไรดี?

10 อาหารว่างสำหรับคนท้อง กินแล้วดี มีประโยชน์ต่อลูกในครรภ์

คนท้องท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย มีวิธีแก้ท้องอืดอย่างไร?

ที่มา : 1 2