คนท้องกินปลาหมึกได้ไหม กินแล้วปลอดภัยหรือเปล่า? มาดูกัน

หากพูดถึงเรื่องอาหารทะเล เชื่อเลยว่าปลาหมึกน่าจะเป็นหนึ่งในเมนูที่ใครหลายคนชื่นชอบ เพราะเป็นรสชาติที่ค่อนข้างอร่อย และสามารถนำมาประกอบท 

 39 views

หากพูดถึงเรื่องอาหารทะเล เชื่อเลยว่าปลาหมึกน่าจะเป็นหนึ่งในเมนูที่ใครหลายคนชื่นชอบ เพราะเป็นรสชาติที่ค่อนข้างอร่อย และสามารถนำมาประกอบทำเป็นเมนูอาหารได้อย่างหลากหลาย หากคุณแม่ชอบกินปลาหมึกเหมือนกับคนอื่น ๆ และอยากทราบว่าหากเรากินในช่วงตั้งท้อง สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์ หรือเป็นอันตรายต่อเราและลูกในท้องอย่างไรบ้าง เรามาทำความเข้าใจกับคำว่า คนท้องกินปลาหมึกได้ไหม กันเลยดีกว่าค่ะ



รู้หรือไม่! ปลาหมึกมีประโยชน์อย่างไร?  

ทุกครั้งที่เรากินปลาหมึกเข้าไปนั้น สิ่งที่จะทำให้ใครหลายคนชื่นชอบขึ้นมาได้นั่นก็อาจจะเป็นเรื่องของรสชาติ แต่หารู้ไหมคะว่า นอกจากรสชาติที่คุณแม่จะได้รับไปแล้วนั้น สิ่งที่เรากินเข้าไปก็อาจจะส่งผลดีต่อร่างกายของเราได้เช่นเดียวกัน ส่วนจะส่งผลดีในเรื่องไหนบ้าง มาดูคำตอบกันเลยค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง : แม่ต้องรู้! คนท้องกินอะโวคาโดได้ไหม กินตอนไหนดีที่สุด


คนท้องกินปลาหมึกได้ไหม


1. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง

“ปลาหมึก” เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่ค่อนข้างสำคัญต่อร่างกาย อย่างกรดอะมิโนและสารชนิดอื่น ๆ ที่จะช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง หรือภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้ดีมาก ๆ และนอกจากสารอาหารที่สำคัญแล้วนั้น ภายในตัวปลาหมึกยังมีแร่ธาตุที่ค่อนข้างสำคัญต่อร่างกาย อย่างวิตามินอี และแร่ธาตุซีลีเนียมที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย บอกเลยว่าเป็นวัตถุดิบที่ค่อนข้างมีประโยชน์ไม่น้อยเลยนะคะ



2. ลดอาการไมเกรน

หากใครที่เป็นไมเกรนอยู่แล้ว หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคไมเกรนขึ้นมา เชื่อหรือไม่คะว่าการที่เราเลือกกินปลาหมึก สิ่งนี้จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อในสมอง อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างเซลล์ในหลอดเลือดภายในร่างกายของเราได้ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยคือ สิ่งนี้ยังช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนให้กับเราได้ด้วย เพราะฉะนั้นหากคุณแม่คนไหนที่ชอบปวดหัวไมเกรนอยู่บ่อย ๆ เราก็อาจจะลองหันมากินปลาหมึกกันได้เลย



3. ช่วยลดความเครียด

นอกจากสิ่งต่าง ๆ แล้วนั้น ภายในปลาหมึกยังมีวิตามินบี 5 ที่จะช่วยลดความเครียด หรืออาการซึมเศร้าให้กับเราได้ด้วย เพราะวิตามินตัวนี้จะเข้าไปช่วยปรับระดับฮอร์โมนในร่างกายของเราให้มีความสมดุลมากยิ่งขึ้น จึงทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และลดความตึงเครียดขึ้นมานั่นเองค่ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง : ซึมเศร้าหลังคลอด โรคที่ต้องรู้ เพราะแม่หลายคนต้องเผชิญ!



4. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

สิ่งที่เราจะได้รับประโยชน์ต่อมาในการกินปลาหมึกนั่นก็คือ สิ่งนี้จะเข้าไปช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราให้มีการทำงานที่ดีมากขึ้น รวมถึงส่งผลทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของคุณแม่แข็งแรงเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่อยากให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรงมากขึ้น ลองชิมปลาหมึกได้เลยนะคะ



5. ช่วยลดระดับความดันโลหิต

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างเลยคือ การที่เรากินปลาหมึกเข้าไปนั้น สิ่งนี้จะช่วยลดระดับความดันโลหิตให้กับเราได้ดีมาก ๆ เลย ยิ่งใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของความดันโลหิตกันอยู่แล้วล่ะก็ เราอาจจะต้องใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินกันให้มากขึ้นนะคะ โดยอาจจะเริ่มต้นด้วยการกินง่าย ๆ จากอาหารที่ดีมีประโยชน์ได้เลยค่ะ



เทคนิคการเลือกซื้อปลาหมึก ควรเลือกแบบไหนดี?

การที่เราจะเลือกซื้อปลาหมึกที่มีรสชาติอร่อย และมีคุณภาพขึ้นมานั้น แน่นอนว่าเราควรที่จะมีเทคนิคในการเลือกซื้อปลาหมึกที่ถูกต้อง และใส่ใจในการเลือกให้มากที่สุด ส่วนเราจะต้องทำการเลือกซื้อแบบไหนดีแล้วล่ะก็ เอาเป็นว่ามาดูไปด้วยกันเลยนะคะ
บทความที่เกี่ยวข้อง : เนื้อปลา ดีต่อแม่ท้องอย่างไร คนท้องกินปลาอะไรได้บ้าง?


คนท้องกินปลาหมึกได้ไหม


1. สังเกตดูบริเวณตาของปลาหมึก

สิ่งที่เราอาจจะต้องทำการสังเกตให้ดีก่อนทำการเลือกซื้อเลยนั้น เราอาจจะต้องทำการสังเกตดูบริเวณตาให้ดีก่อน ซึ่งตาปลาหมึกจะต้องมีความใส และไม่ขุ่น อีกทั้งยังจะต้องเห็นตาด้านในสีดำอย่างเห็นได้ชัดด้วย เพราะเมื่อไหร่ที่เราเผลอไปซื้อ ปลาหมึกที่มีตาขุ่นขึ้นมาหน่อย สิ่งนี้ก็อาจจะกำลังบ่งบอกเราได้ว่า ปลาหมึกที่เราซื้อนั้นไม่มีความสดใหม่นั่นเองค่ะ



2. หัวและลำตัวติดแน่น

ขั้นตอนต่อมาเราอาจจะต้องทำการสังเกตบริเวณหัวและลำตัวของปลาหมึกตามไปด้วย โดยเราอาจจะต้องดูด้วยว่าบริเวณหัวและลำตัวนั้นติดแน่นหรือเปล่า เพราะปลาหมึกตัวไหนที่ค่อนข้างมีหัวและลำตัวติดแน่น สิ่งนี้ก็จะทำให้เราได้ปลาหมึกที่สดใหม่ และมีรสชาติที่อร่อยด้วยนะคะ



3. ปลาหมึกเนื้อแน่น

สิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามอีกอย่างเลยคือ เราอาจจะต้องทำการสังเกตดูที่บริเวณเนื้อของปลาหมึก โดยเราอาจจะต้องใช้มือบีบ หรือกด ๆ ดูว่าเนื้อปลาหมึกเละหรือเปล่า เพราะเมื่อไหร่ที่เราทำการซื้อปลาหมึก โดยที่ไม่ได้ทำการสังเกตอะไรเลย สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้เราได้ปลาหมึกที่เน่าเสียขึ้นมาได้ง่ายเลย



4. เยื่อหุ้มตัวปลาหมึกไม่ลุ่ย

หากใครที่อยากจะให้ปลาหมึกที่เราซื้อไปนั้นมีความสดใหม่เพิ่มขึ้นอีก สิ่งที่เราจะต้องทำการสังเกตต่อมาอีกอย่างเลยคือ บริเวณเยื่อหุ้มตัวปลาหมึกนั้น จะต้องไม่หลุดลุ่ยออกจากกัน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเราไม่ควรที่จะซื้อปลาหมึกที่มีเยื่อหุ้มหลุดลุ่ยไปแล้ว เพราะเมื่อไหร่ที่เราซื้อแบบนี้ไป สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้ปลาหมึกที่เราซื้อไปนั้นไม่มีความอร่อย ดีไม่ดีก็อาจจะเป็นปลาหมึกที่เน่าเสียได้เลยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นควรต้องระวังกันด้วยนะคะ



5. หนวดมีความสมบูรณ์

จากนั้นเราอาจจะต้องทำการสังเกตดูบริเวณหนวดปลาหมึกตามไปด้วยว่า ปลาหมึกที่มีหนวดลักษณะแบบนี้ เป็นหนวดที่มีสภาพสมบูรณ์อยู่หรือเปล่า หากปลาหมึกตัวไหนที่เราซื้อไปนั้น มีสภาพที่ไม่ค่อยสมบูรณ์สักเท่าไหร่ เราก็อาจจะต้องทำการเปลี่ยนตัวใหม่ เพื่อที่เราจะได้กินปลาหมึกที่อร่อยและสดใหม่มากที่สุดนะคะ



6. ทำการดมกลิ่น

สิ่งที่เราอาจจะต้องต่อมาเลยคือ เราอาจจะต้องทำการดมกลิ่นปลาหมึกตามไปด้วย ซึ่งเราอาจจะต้องดูว่าปลาหมึกนั้นมีความเน่าเหม็น หรือมีกลิ่นของสารเคมีปนเปื้อนขึ้นมาหรือเปล่า เอาเป็นว่าก่อนที่เราจะทำการซื้อปลาหมึกไปกินนั้น นอกเหนือจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ แล้วนั้น อย่าลืมทำการดมกลิ่นด้วยนะคะ



7. ถุงน้ำหมึกจะต้องไม่แตก

สิ่งสุดท้ายที่เราจะต้องดูสำหรับการเลือกซื้อปลาหมึกนั่นก็คือ เราอาจจะต้องทำการสังเกตดูบริเวณถุงน้ำหมึกด้วยว่า ปลาหมึกที่เราจะซื้อไปนั้น มีถุงน้ำหมึกที่แตก หรือไหลออกมาหรือไม่ เพราะเมื่อไหร่ที่เราเผลอซื้อปลาหมึกที่มีถุงน้ำหมึกแตกขึ้นมา สิ่งนี้ก็อาจจะทำให้ปลาหมึกที่เราซื้อไปนั้นไม่มีคุณภาพขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน


คนท้องกินปลาหมึกได้ไหม


หากคุณแม่คนไหนที่ค่อนข้างเป็นกังวลว่า คนท้องสามารถกินปลาหมึกได้ไหม กินแล้วจะส่งผลอันตราย หรือเป็นประโยชน์ต่อลูกในท้องได้หรือเปล่า บอกเลยนะคะว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลย เพราะปลาหมึกเป็นสิ่งที่คนท้องสามารถกินได้ แต่ในขณะเดียวกันเราอาจจะต้องทำการเลือก และกินในปริมาณที่พอเหมาะนั่นเองค่ะ

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

คุณแม่สายสังสรรค์ต้องรู้! คนท้องกินม็อกเทลได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า?

คนท้องกินน้ำกระเจี๊ยบได้ไหม เครื่องดื่มอร่อยที่คุณแม่ไม่ควรมองข้าม!

แม่ท้องสายปลาดิบต้องรู้ ! คนท้องกินแซลมอนดิบได้ไหม ดีต่อร่างกายหรือเปล่า ?

ที่มา : 1, 2