10 เทคนิค เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด อารมณ์ดี เป็นอัจฉริยะ

คุณแม่ทุกคนล้วนอยากให้ลูกเติบโตมาเป็นคนเก่ง เป็นเด็กดี และเอาตัวรอดในสังคมได้ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เด็กฉลาดนั้น ขึ้นอยู่กับการเลี้ยง 

 1082 views

คุณแม่ทุกคนล้วนอยากให้ลูกเติบโตมาเป็นคนเก่ง เป็นเด็กดี และเอาตัวรอดในสังคมได้ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เด็กฉลาดนั้น ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงลูกของพ่อแม่ พัฒนาการของเด็ก และการเจริญเติบโตทั้งสติปัญญา (IQ) และอารมณ์ (EQ) ของลูก วันนี้ Mama Story จึงได้รวบรวมเทคนิคการเลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด อารมณ์ดี และเติบโตอย่างมีความสุขมาฝากค่ะ มาดูกันว่าจะมีวิธีใดบ้าง ที่ช่วยให้ลูกของเราฉลาดทั้งสติปัญญา และอารมณ์

10 เทคนิคเลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด อารมณ์ดี เป็นคนเก่ง

การเลี้ยงลูกให้เก่ง ฉลาด และอารมณ์ดี อาจไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินกว่าจะทำ คุณแม่ควรปลูกฝังลูกตั้งแต่ยังเล็กเพื่อให้เขาเกิดความคุ้นเคย เรามาดูเทคนิคดี ๆ ในการเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กฉลาดกันค่ะ

1. พูดคุยกับลูกบ่อย ๆ

คุณแม่ควรฝึกให้ลูกพูดคุยบ่อย ๆ เพราะการให้ลูกพูดคุยนั้น จะช่วยให้เขาได้ใช้กล้ามเนื้อในการออกเสียงมากขึ้น อีกทั้งยังได้ฝึกการเรียนรู้คำศัพท์ การสะกดคำ และการแสดงออก โดยคุณแม่ควรหมั่นพูดคุยกับลูกในขณะทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ตอนกินข้าว ตอนอาบน้ำ หรือตอนดูทีวี จากนั้นก็อาจจะถามลูกว่ากำลังคิดหรือรู้สึกอะไร พร้อมทั้งรับฟังลูก และพยายามตอบเมื่อเขาคำถาม วิธีนี้ก็จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาทักษะการใช้ภาษา การสื่อสาร และช่วยเพิ่มความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว

2. อ่านหนังสือกับลูก

การอ่านหนังสือกับลูก ไม่เพียงแค่จะช่วยให้เด็กได้ฝึกการอ่าน การใช้ภาษา และเรียนรู้คำศัพท์เท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณแม่ได้สอดแทรกคติสอนใจ หรือข้อคิดในการทำความดีให้เด็ก ๆ ได้ฟังด้วย โดยคุณแม่อ่านพาลูกอ่านนิทานก่อนนอน หรือสารคดีสั้น ๆ แล้วเล่าให้เขาฟัง หรือฝึกให้ลูกอ่านตามประโยค ก็จะช่วยพัฒนาทักษะด้านภาษา และด้านอารมณ์ให้แก่ลูกอีกด้วย แถมยังเป็นการใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวเพิ่มมากยิ่งขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : ชื่นชมลูก อย่างไร? ให้ถูกวิธี และไม่ทำให้เด็กหลงตัวเอง

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด

3. ชวนลูกทำกิจกรรม

การส่งเสริมให้ลูกทำกิจกรรม จะช่วยพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยคุณแม่ควรส่งเสริมให้เขาได้เล่นของเล่นเสริมทักษะ หรือได้ทดลองงานอดิเรกที่ลูกสนใจ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกได้ค้นหาความชอบของตัวเอง ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นกับเด็กคนอื่น และทำกิจกรรมนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การวาดรูป การร้องเพลง การเข้าค่าย และการเข้าคอร์สต่าง ๆ ก็จะช่วยพัฒนาพื้นฐานทางด้านสังคมให้แก่เด็ก อีกทั้งยังช่วยพัฒนาการเจริญเติบโตของร่างกาย และสติปัญญา ช่วยให้ลูกได้นำทักษะไปต่อยอดในอนาคตได้อีกด้วย

4. ให้ลูกฟังเพลง

คุณแม่หลายคนอาจไม่รู้ว่า การให้ลูกฟังเพลงบ่อย ๆ นั้น จะช่วยทำให้เขามีสมาธิ และความจำที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ลูกรู้จักกระตือรือร้น และช่วยพัฒนาสมาธิในด้านการฟังได้ดีอีกด้วย โดยเฉพาะการฟังดนตรีคลาสสิก จะช่วยทำให้ลูกผ่อนคลาย และช่วยพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนี้ คุณแม่ยังสามารถให้ลูกเล่นเครื่องดนตรีได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เปียโน ไวโอลิน กีตาร์ หรือกลอง ก็จะช่วยฝึกพัฒนาความคิดให้แก่เขาอีกเช่นกันค่ะ

5. ฝึกความมีน้ำใจ

อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ลูกเติบโตมาเป็นคนเก่ง คือ การฝึกความมีน้ำใจ และการแบ่งปันให้เขา เพราะการมีน้ำใจ และแบ่งปันผู้อื่น เป็นอีกหนึ่งทักษะที่จะช่วยให้เด็กเข้าสังคมได้ง่ายขึ้น คุณแม่อาจเริ่มง่าย ๆ ด้วยการให้ลูกนำของขวัญไปมอบให้แก่ผู้อื่น หรือฝึกให้ลูกพูด “ขอบคุณ” บ่อย ๆ เวลาได้รับความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ควรฝึกให้ลูกรู้จักแบ่งปันขนม สิ่งของ หรือของเล่นให้ผู้อื่นบ่อย ๆ วิธีนี้จะช่วยเด็กติดนิสัยการมีน้ำใจได้ง่าย ๆ ค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง : ฝึกลูกให้ “แก้ปัญหา” ด้วยตนเองทำได้ไม่ยาก เดี๋ยวเรากระซิบบอกเอง

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด

6. พาลูกออกกำลังกาย

การมีสุขภาพที่ดี เป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ เพราะเด็กจะได้ฝึกทักษะการใช้กล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว คุณแม่ควรพาลูกออกกำลังกายบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง หรือการกระโดด ก็จะช่วยให้ลูกแข็งแรง และฉลาดมากขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกายนั้นเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดให้มีประสิทธิภาพ ทำให้สมองมีการพัฒนา และฉลาดนั่นเอง นอกจากนี้ เมื่อเด็ก ๆ ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬากับคนอื่น คุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักการสื่อสาร การมีน้ำใจ รู้แพ้รู้ชนะ เพื่อที่ลูกจะได้เป็นคนดี และมีความฉลาดทางอารมณ์ค่ะ

7. ฝึกลูกรู้จักรับผิดชอบ

การฝึกให้ลูกรู้จักรับผิดชอบ และมีโอกาสในการตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ จะช่วยให้ลูกความกล้าคิดกล้าทำ และรู้จักวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง คุณแม่อาจคอยให้คำปรึกษาแก่ลูก หรือให้ความช่วยเหลือเวลาที่ลูกต้องการ นอกจากนี้ ควรฝึกให้เขามีหน้าที่รับผิดชอบในสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่บ้าน หรือที่โรงเรียนโดยคุณแม่อาจให้ลูกรับผิดชอบหน้าที่ภายในบ้านอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การกวาดบ้าน การรดน้ำต้นไม้ การล้างจาน หรือการพับผ้า ก็จะช่วยให้ลูกได้ฝึกความรับผิดชอบ และทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตนเอง

8. สอนให้ลูกรักตัวเอง

นอกจากการส่งเสริมด้านทักษะแล้ว คุณแม่ควรหมั่นชื่นชม และให้กำลังใจลูกเวลาที่เขาทำอะไร โดยเฉพาะเมื่อลูกทำความดี หรือประสบความสำเร็จ คุณแม่ก็ควรชื่นชมลูก ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เด็กมีกำลังใจ รับรู้คุณค่าของตัวเอง และกล้าแสดงออกมากขึ้น เมื่อลูกท้อแท้ หรือผิดหวัง คุณแม่ก็อย่าลืมสนับสนุน และให้กำลังใจลูกด้วยนะคะ ทางที่ดีคุณแม่ควรเน้นไปที่การชมแบบเจาะจง เพื่อให้ลูกเกิดการเรียนรู้ในสิ่งที่เขาทำ เช่น “เก่งจังเลย วันนี้หนูช่วยคุณแม่ล้างจานด้วย คุณแม่เลยไม่ต้องเหนื่อย” เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง : แนะนำ 4 การเล่นบทบาทสมมติ เสริมการเรียนรู้ได้ไร้ขอบเขต

เลี้ยงลูกอย่างไรให้ฉลาด

9. ให้ลูกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

หากคุณแม่อยากให้ลูกฉลาด และเป็นเด็กดี ก็ต้องใส่ใจทั้งด้านพัฒนาการทางสมอง และร่างกายด้วย โดยเด็กที่อยู่ในวันเรียน ควรได้รับการนอนหลับอย่างเพียงพอ อีกทั้งยังควรได้รับคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ด้วย โดยเฉพาะอาหารที่ช่วยเติมพลัง และทำให้เด็กอิ่มท้อง ก็จะช่วยให้เขาพร้อมในการเรียนรู้ และทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ คุณแม่อาจมองหาอาหารเสริมสำหรับเด็กที่จะช่วยบำรุงสมอง และร่างกายให้แก่ลูก ก็จะช่วยเตรียมความพร้อม และพลังของเขาได้เป็นอย่างดี

10. เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก

สิ่งสำคัญสุดท้ายที่ช่วยให้ลูกเติบโตมาเป็นคนดี และคนเก่ง คือ คุณแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก เพื่อที่จะให้ลูกได้เกิดการซึมซับโดยที่ไม่ต้องสอน เช่น ถ้าอยากให้ลูกเล่นกีฬา คุณแม่ก็ควรที่จะเป็นคู่ซ้อมให้แก่เขาในบางครั้ง ถ้าอยากให้ลูกมีนิสัยรักการอ่าน ก็ควรหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านบ่อย ๆ ในช่วงยามว่าง หรือหากคุณแม่อยากให้ลูกเป็นเด็กสุภาพ อ่อนน้อม ก็ควรพูดจากับลูกด้วยน้ำเสียงเพราะ ๆ เพื่อให้ลูกเกิดการจดจำ และทำตามค่ะ

การเลี้ยงลูกให้ฉลาดนั้น เป็นสิ่งที่คุณแม่ทุกคนสามารถทำได้ เพราะครอบครัวเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้สำหรับเด็ก คุณแม่จึงควรให้ความร่วมมือ และใส่ใจลูกบ่อย ๆ เพื่อให้ลูกสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี และใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามคุณแม่ไม่ควรคาดหวังกับลูกไว้มากจนเกินไปนะคะ เพราะจะทำให้ลูกเครียด และกดดันจนอาจส่งผลร้ายต่อตัวเด็ก

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

7 วิธีแก้เมื่อ ลูกหวงของ ให้มีน้ำใจ เป็นเด็กชอบแบ่งปัน

สอนลูกร้องเพลง กิจกรรมง่าย ๆ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

ทำไมลูกตัวน้อยจึงชอบ “โกหก” พาคุณพ่อคุณแม่มาหาคำตอบกัน

ที่มา : 1, 2